จัดฟัน คืออะไร สำคัญแค่ไหน
ทำไมต้องทำ
คนไข้ที่มีปัญหาเรื่องฟันเกหลายซี่
ขากรรไกรบนล่างไม่สัมพันธ์กัน ขนาดของจำนวนของฟันรวมแล้วต้องการพื้นที่ในขากรรไกรมากกว่าขนาดของขากรรไกร
ทำให้ฟันเกซ้อน คุด ที่อาการหนักก็ฟันล่างครอบฟันบนซะเลย
แทนที่ปกติฟันบนจะครอบฟันล่าง การรักษาจะยุ่งยากตามปัญหา
แต่คุณหมอก็สามารถแก้ปัญหาให้ได้แต่ละรายต้องการตรวจจากผู้ชำนาญที่มี
ประสบการณ์สูง
คนไข้จัดฟันหากได้รับการดูแลตั้งแต่เด็ก เริ่มจากฟันกรามแท้ขึ้นมาจะดี
ถ้ามีปัญหาการสบฟันผิดปกติจะได้แก้ไขทัน และง่ายต่อการรักษาต่อไป
คุณหมออาจขยายขากรรไกรช่วยได้
ปกติจะเริ่มในคนไข้อายุประมาณ 10 - 11 ปี ใช้เวลาใส่เครื่องมือติดแน่นประมาณ
2 - 3ปี เครื่องมือมีทั้งติดแน่น ใช้ยางและลวดดึงฟัน
และเครื่องมือถอดได้
กรณีคนไข้อายุมากขึ้น
ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปอาจต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติ
และใส่
retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา) นานกว่าปกติ
อย่างไรก็ตามมักมีคำถามว่ามีการจัดฟันที่ไม่เห็นลวด
หรือโลหะ ยางได้หรือไม่ ตอบว่า ได้ค่ะ วิธีนี้จะใส่เครื่องมือซ่อนไว้ด้านหลังฟัน
ทำให้มองไม่เห็นเครื่องมือ ระหว่างการรักษา แน่นอน การรักษาวิธีนี้ย่อมยากและราคาแพงกว่าปกติ
การดูแลรักษาฟันเพื่อการจัดฟัน
ก่อนจัดฟันต้องตรวจสุขภาพฟันทั้งช่องปาก
ถ้ามีฟันผุ ก็ต้องอุดฟันก่อน และขูดหินปูนเคลือบฟลูออไรด์
และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึกเพื่อป้องกันฟันผุ
ขณะจัดฟัน ใน2--3 ปี คนไข้ต้องได้รับการขูดหินปูน เคลือบร่องฟัน
พร้อมเคลือบฟลูออไรด์ทุก 3 - 6 เดือน และทันตแพทย์จะตรวจฟันให้คนไข้ตลอดว่ามีฟันผุเพิ่มขึ้นหรือไม่
ถ้ามีจะได้ทำการรักษาได้ทันที
หลังจัดฟันเสร็จเรียบร้อย คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ทุก
6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟัน และใส่ retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา)
อย่างเคร่งครัด ตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด หมอเคยพบคนไข้ที่ไม่ใส่retainer
ตามทันตแพทย์สั่งเลยต้องเริ่มต้นจัดฟันใหม่เลยนะคะ งานนี้น่าเห็นใจผู้ปกครองมากค่ะที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพราะลูกหลานไม่สนใจใส่retainer